ร้อนจนทนไม่ไหวแล้ว

posted on 24 Mar 2012 01:06 by artdiary

อากาศร้อนๆๆ ของเดือนมีนาคม

มันเป็นอย่างนี้ทุกปีนั้นหละ ตั้งแต่ผมเกิดมา30กว่าปี

ก่อนหน้านั้นก็คงจะร้อนในเดือนนี้มาตลอดก็มันเป็นหน้าร้อนอะเนาะ

แต่ละปีๆๆ ในช่วง10ปีหลัง ใครที่ไม่ใช่นักสังเกตุอะไรหนัก

ก็คงเห็นและรู้สึกได้ว่า อากาศมันร้อนจริงๆ

ร้อนไปเกือบจะทั้งปีเลย แน่นอน ประเทศเรามันเมืองร้อน แต่มันจะร้อนอะไรกันหนักหนา(วะ)

บางคนใจร้อนกว่าอากาศก็มีนะ แต่ก็ช่างเหอะ 

ผมว่าโลกเรามันร้อนขึ้นจริงๆ จากสถิติต่างๆที่ได้รับมาทั้งทาง ข่าวสารจากโทรทัศน์หรือหนังสือพิมพ์

 

...แต่เราจะทำอะไรกับมันได้...

เรามีหนทางแก้ไขอะไรกันได้บ้างหรือป่าว

หลากหลายทางเลือกของหลายๆกลุ่มที่พยายามจะสร้างกระแส ฉุดกระแสให้คนมาห่วงใยโลก

บางทีก็ทำได้เป็นช่วงๆ แต่โดยรวมเราเองก็ยังไม่ได้เริ่มแม้กระทั่งด้วยซ้ำ ว่าเราจะมาช่วยโลก

กันยังไง เราต่างใช้ชีวิตแบบเดิมๆ กิน-เที่ยว-เล่น ใช้ทุกอย่างเหมือนเช่นที่เคยทำๆกันมา

...หรือบางทีได้ดูข่าวว่าโลกมันร้อนนะ น้ำแข็งละลาย หรืออะไรก็แล้วแต่ เราก็จะสะกิดใจขึ้นมา

ว่า เฮ้ยย พรุ่งนี้ตรูจะลุกขึ้นมาช่วยกันลดความร้อนของโลก แต่พอตื่นขึ้นมาแล้วก็ลืมไปหมด

เจอตัวดี ๆ ที่เคยเกือบจะปรากฎ (เหมือนในโฆษณา) ก็หด หาย ไป......

โลกมันร้อนเปิดแอร์ดีกว่า จบ ไม่ร้อน

 

...ผมว่าในสังคมสมัย พศ 2555 เราถูกสอนให้ทำตัวมักง่ายกันเกินไป...

.... เอ้ยพี่ พี่ซีเรียสไปหรือป่าว? ..

..พี่ เว่อร์ไป ..

ถ้าลองเราลงมือทำ ก็กลับกลายเป็นโดนแซว โดนกระแนะกระแหนไปซะงั้น 

 

ร้านผมนี่ ชื่อ  อาร์ตเวิร์ก ผมทำร้านมาหลายปีแล้วหละ 

ผมเคยใช้ถุงพลาสติกใสๆ ในช่วงแรกๆ เพราะคนจะได้เห็นของข้างใน

ว่าเป็นของจากร้านเรานะจะได้จดจำกันได้

กระทั่งปีใหม่ปีนึง ผมเปลี่ยนมาใช้ถุงผ้า ทำมาประมาณ 100ใบ(ก็มีต้นทุนอยุ่พอสมควร)

เพื่อลูกค้าจะได้เอาไว้ใส่ของได้อีก เป็นเหมือนของขวัญปีใหม่ของร้านไปในตัว 

ซึ่งในจำนวนน้อยนิดนั้น ผมว่า สามัญสำนึกบางอย่างของผมเริ่มผุดขึ้นเล็กๆ 

หลังจากนั้น ผมก็เลยเลิกซื้อถุงพลาสติกเพื่อเอามาใส่ของให้ลูกค้า 

ผมเปลี่ยนมาเป็นถุงกระดาษ เพราะถุงผ้าก็มีค้นทุนที่สูงกว่า 

โดยถุงกระดาษผมก็เอามาสกรีนโลโก้ร้านลงไป จริงๆ

ผมคิดว่าอยากจะทำลวดลายอะไรลงไปบนนั้นด้วย

คิดว่า ในอนาคตน่าจะได้ทำ 

 

และแล้ว ปีนี้ผมก็เปลี่ยนอีกครั้ง ผมอยากทำถุงผ้า(หูรูด)

เพราะนอกจากลูกค้าจะได้จดจำโลโก้ของร้านผม

บนถุงแล้ว ผมยังอยากให้ลูกค้าของผมถือถุงใบนั้นอีกหลายๆรอบ

ถ้าเป็นถุงกระดาษที่เคยทำ ผมเห็นว่าสภาพมันเปื่อยเร็วมาก 

และผมว่า อย่างน้อยๆ ถ้าลูกค้าผมนำถุงผ้า/ถุงกระดาษกลับมาใช้ซ้ำอีกหลายๆรอบ

ผมก็อยากให้เป็นแบบนั้น ผมว่าขยะพลาสติกบ้านเรามันเยอะเกินไป

เกินไปจริงๆ บางทีผมก็คิดว่า ถ้ามันก็อาจจะช่วยโลกใบนี้ ไม่มากก็น้อย

แต่อย่างน้อยผมก็ภูมิใจอยู่ลึกๆ และเป็นความภูมิใจเล็กๆ ที่ผมได้ทำถุงผ้าใส่ของ

อยากทำแจกฟรีเหมือนกัน แต่ของฟรีบางทีคนก็ไม่อยากได้

ผมเลยคิดว่า เมื่อคุณซื้อของที่ร้านผม ผมก็จะให้ของขวัญคุณ 

ต่อไป ผมคิดว่าจะออกแบบลายสำหรับถุงใส่ของจากร้านอาร์ตเวิร์กให้สวยๆเลย

...

ยังไงถ้าโลกมันยังร้อนอยู่ เราก็ต้องทนกันต่อไป 

แล้วถามตัวเองอีกครั้งว่า ทำอะไรเพื่อโลกของเรากันบ้างหรือยัง?

แปลน แพลน แผน

posted on 15 Jan 2012 03:38 by artdiary
จะเรียกมันว่าอะไรก็แล้วแต่จะเรียกหละกัน
แปลนก็ อันเดียวกัน กับ แพลน 
แล้วก็เหมือนๆ กับแผนนะหละ แต่แผนจะดูมีเลศนัยมากกว่า ผมว่านะ
ในปีที่เราคิดว่า มันเป็นเหมือนเสียงหัวเราะ อย่างปี 55 หรือ 2555 นี้น่ะ
ผมไม่ได้สนใจในตัวเลขของมันซักเท่าไหร่หรอก
ผมสนใจสิ่งที่ผมทำไป เมื่อปีที่แล้ว และผมจะทำอะไรกับชีวิตที่เหลือของผม
การสนใจแต่เรื่องที่เราประสบความสำเร็จ ในอดีต มันก็คงไม่เกิดประโยชน์อันใดทั้งนั้น
ถ้าเราไม่ได้ก้าวต่อไป ต่อยอดความคิดดีๆ เหล่านั้น
 
ผมพยายามจะวางแผน ในช่วงเวลาที่เหลือของผม
บางที นี่อาจจะเป็นเหมือนพินัยกรรม ซะด้วยซ้ำ 
ผมเริ่มต้นการเดินทางตามเส้นทางของตัวเองมาตั้งแต่ช่วงเรียน ปวช 
ในโรงเรียนอาชีวศิลป แล้ว
หลังจากนั้น ก็ดำเนินชีวิตมาบนทางสายนี้มาเรื่อยๆ แวะชมนกชมไม้ และเดินหลงทางไปบ้าง
..
เอาหล่ะ ปีนี้ผมวางแผนไว้หลายอย่าง
1.การอัพบล็อกให้ได้ทุกสัปดาห์ก็เช่นกัน เป็นหนึ่งในแผนของผม เพราะเมื่อปีที่แล้ว ผมห่างหายไปนานซะเหลือเกิน 
จนทำให้ art diary เล่ม2 ของผมไม่สามารถสำเร็จออกมาได้ 
การอัพบล็อกทุกสัปดาห์ จะทำให้ผมได้ฝึกการเขียน และก็มีเรื่องราวต่างๆ ทั้งหมด ประมาณ 50-52 เรื่อง
ใน 50-52 สัปดาห์ของปีนี้ 
ผมก็จะมีวัถตุดิบไว้สำหรับการทำ สมุดบันทึกศิลปะ ของผม
 
2.--อีกอย่างก็คือการวาดรูป เดือนละ 4 รูป ก็สัปดาห์ละรูป ผมก็จะมีรูปวาดเล็กๆ ไซส์ประมาณ 40x 50 เซน 
เกือบๆ จะ 50 รูปเลยที่เดียว (ไว้จะเอามาโพสโชว์ครับ)
 
3.-การตั้งเป้ายอดขายของ ของร้านของผมเอง คือ ร้านอาร์ตเวิร์ก จากเดือนละ 4-7 หมื่นบาท เป็น เดือนละ 1แสนบาทให้ได้ นั้นเป็นเป้าหมาย ที่ผมพยายามขยายการผลิตงานอยู่ และก็การกระจายสินค้าไปที่ต่างๆ 
ตามต่างจังหวัดเอง และ ในขอนแก่นเอง 
อ้อ ผมมีแผนโปรโมชั้นร้าน นิดหน่อย ก็คือ ติดแอด ที่ร้านขายอาหารเช้า เวลามีนักท่องเที่ยวมาขอนแก่น
ส่วนใหญ่ก็จะแวะไปกินอาหารเช้ากันที่นี่ และผมก็คิดว่า ร้านผมน่าจะเหมาะกับลูกค้ากลุ่มนี้เช่นกัน
+กับการทำสป็อตวิทยุ ที่สถานีวัยรุ่นเค้าฟังกัน 
+เพิ่มดีไซน์ของกระเป๋า 6 เดือน/1ดีไซน์
+เพิ่มยอดขายกระเป๋าจากเดือนละ 150 เป็น 300 ใบ ต่อเดือน
+ออกแบบลายเสื้อ ใหม่ๆ ทุก 3 เดือน
+เพิ่มโปรดักส์ใหม่ๆ เช่น สมุดบันทึก
 
4.การกลับมาทำหนังสือ preeze ของผม ผมเคยทำออกวางขายมาแล้ว แต่ผลตอบรับไม่เวิร์ก 555
ปีนี้เลยคิดว่า น่าจะเอามาปรับเป็นแบบหนังสือแนะนำร้าน เรื่องราวเกี่ยวกับร้าน
และแจกฟรี สำหรับลูกค้าที่มาซื้อของที่ร้าน ที่คิดว่าจะทำให้ได้เดือนละ 1 เล่ม 
ลดทอนการพิมพ์สี่ เป็นแค่ปกเท่านั้นที่เป็น ข้างในเป็นขาวดำ
 
5.โอ็ย เยอะแล้ว แค่นี้ก็ทำกันทั้งปี จนแทบไม่มีเวลาว่างแล้วหละคร้าบบบ
6.หาเวลาไปเที่ยว หลวงพระบาง ให้ได้
 

เดือนมกราคม 2555 ของผม

posted on 12 Jan 2012 01:51 by artdiary
หลังปีใหม่ ผมตั้งใจว่าจะอัพบล็อกให้ได้ทุกสัปดาห์ ถ้าเป็นไปได้นะ
ช่วงนี้ เป็นการปรับเปลี่ยน อะไรต่างๆ เหมือนที่ตั้งใจไว้
ปีที่แล้ว 2554 ผมตั้งใจว่าจะกินเหล้าให้น้อยลง และจะต้องทำงานให้ได้เยอะๆ
แล้วผมก็สามารถทำได้ ลดปริมาณการดื่มลงไปเยอะเลยทีเดียว
จากที่เคยกิน ปีละประมาณ 300 วัน ก็ลดลงเหลือ ประมาณปีละ ไม่ถึง 30 วัน
นับเป็นชัยชนะที่ผมสามารถทำได้ แม้เป็นเพียงเป้าหมายเล็กน้อย
ปีนี้ ผมอาจจะไม่ได้ตั้งเป้าไว้ให้เป็น 0 สำหรับเรื่องของการดื่ม อาจจะน้อยกว่า ปีละ 30 วัน
(หลายคนบอกว่า อย่างพี่นะ ถ้าพี่เลิกเหล้าได้ โรงงานสุราคงเจ๊ง ...ปัดโธ่ ลดได้ขนาดนี้ มันก็ยังเจริญเอาๆ)
 
แต่สิ่งที่ได้จากการได้ตั้งเป้าหมายไว้ ไม่ยิ่งใหญ่อะไรมาก 
แล้วค่อยๆ ทำให้มันสำเร็จ มันสร้างภูมิคุ้มกันอะไรบางอย่างขึ้นมา
 
ปี 2555 นี้ ผมเลยได้ใจ กับการตั้งเป้าหมายในชีวิต อีกครั้ง
หลังจากที่คิดว่า พอทำได้มาแล้ว 
อย่างแรกเลยที่คนรอบข้างของผม มักจะพูดให้ได้ยินเสมอๆ นั่นก็คือ เรื่องของการสูบบุหรี่
ผมสูบบุหรี่เป็น ตั้งแต่ ป.5 แล้วก็เริ่มแอบไปสูบในโรงเรียนประมาณ ม.2
สูบจริงจังประมาณ ปวช.1 แล้วก็ยาวจนมาถึงปัจจุบัน 
ซึ่งมันยาวนานมาก 
ปีที่แล้วผมว่า ผมลดขนาดของบุหรี่ลด จากซองใหญ่ มาเป็นซองเล็ก 
แต่ก็ยังสูบวันละซองเช่นเดิม 
หลายคนบอกให้หักดิบ คือการเลิกไปเลย ผมเคยท้ากับเพื่อน สมัยเรียนปวช 
และเลิกได้ 3 เดือน จนโดนเพื่อนท้ากลับอีกว่า มึงยังสูบบุหรี่เป็นป่าววะ 
แล้วก็กลับมาสูบอีก ตลอดมา พยายามจะลด ละ เลิก หลายครั้ง
คราวนี้ ผมจะพยายามอีกครั้ง เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่ ใจ ซึ่งผมก็รู้ดี
โฆษณาเพื่อรณรงค์ให้เลิกสูบบุหรี่ก็ดูและเห็นมามากมาย 
พ่อของผมเองก็เป็นมะเร็งที่ปอด และเสียไปเมื่อ 3-4 ปีก่อน
(ที่เสียไม่ใช่เพราะ มะเร็ง แต่เป็นการสำลักน้ำ พอไปตรวจหลังจากพ่อเสียแล้วจึงพบว่า ปอดของพ่อ โดนมะเร็งกินจนแทบไม่เหลือ)
แม่ของผม ก็เป็นเนื้องอกที่ปอด 
และท่านก็พร่ำบอกให้ผมเลิกบุหรี่ๆๆๆๆๆ ซะทีๆๆๆๆ
พี่สาวของผมก็บอก 
แฟนของผมก็บอก 
คราวนี้ ผมจะบอกตัวเองซะทีหละ 
ผมอาจจะทำใจแข็งไม่ได้เหมือนอย่างเร่ืองของการดื่มเหล้า 
เพราะ เหล้าอะ ผมไม่ได้ติดอะไรมันนักหรอก
 
แต่บุหรี่นี่สิครับ ผมยอมรับหลังจากสูบมาหลายปีว่า ผมติดบุหรี่
ผมขอแค่ลดจำนวนมันให้ได้ ขอปรับสภาพอีกซักนิด 
พยายามคิดให้ได้ว่า ตอนนี้อยู่ในโรงหนังนะ หรือไม่ก็ ตอนนี้อยู่บนรถทัวร์
ดูหนังก็สูบบุหรี่ไม่ได้อยู่แล้ว ประมาณ 2 ชม.
ถ้านั่งรถทัวร์ จากขอนแก่นไป กทม ก็กินเวลา ประมาณ 6 ชม.
ก็ยังทำได้ เพราะฉะนั้น ผมจะสร้างแรงกระตุ้น ให้ได้ว่า ต้องสูบอย่างพอเพียง ฮ่าๆๆ
มันจะทำให้ผมลดปริมาณการสูบลงได้ 
.....และอีกหลายอย่างที่ตั้งใจ ผมยังไม่ได้เล่าถึงในตอนนี้....