ถึงวันออกเดินทาง เราจัดแจงสารพัดสัมภาระกัน ตามความจำเป็น
ก็อุปกรณ์การเดินทาง อุปกรณ์ซ่อมรถจักรยาน อุปกรณ์การนอน อุปกรณ์วาดรูป
และแล้ว วันที่รอคอยมาเป้น 10ปีของผม ก็ได้เริ่มขึ้น เราปั่นจักรยานออกจากร้าน อาร์ทเวิร์กของผม
มุ่งไปยังสถานีรถ บขส. แต่เจ้ากรรม ไม่มีรถโดยสารขอนแก่นเมืองเลย
รับพวกเราที่จะขอเอาจักรยานขึ้นหลังคาไปได้เลย เป็นเร่ืองหละ ระยะทาง-เวลา
ที่วางไว้ต้องพลิกผัน
ไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว พวกเราเลยปั่นจักรยานกันไปตามประสงค์
เมื่อล้อหมุนมาเรื่อยๆ ตามถนน มะลิวัลย์ มุ่งหน้าสู่อำเภอ ภูเวียง - ชุมแพ
แล้วก็ จะไปเลี้ยวตรงแยกหล่มสักเข้าสู่อำเภอ ภูกระดึงจังหวัดเลย
แต่กว่าเราจะไปปั่นไปถึงชุมแพ
โอ็ยๆ พวกน้องๆ และผม เหนื่อยกันเหลือกำลัง ไม่ใช่หรอกครับ หิวข้าวอะ
ก่อนเที่ยงเล็กน้อย เราได้ระยะทาง 20 กม แล้วเมื่อไหร่เราจะไปถึงกันหละเนี่ย
แถมพอกินข้าวเสร็จสรรพ ออกเดินทางต่อ ฝนเจ้ากรรม ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา
บ๊ะ ! ผมบ่นออกมาดังๆ พร้อมตะโกนบอกพรรคพวกว่า หาที่หลบฝนก่อนนนนนนน
แล้วก็จ้ำอ้าว หาที่หลบฝนกันเพราะ กลัวว่าจะเปียกหนัก แล้วก็ได้ปั็มน้ำมันเก่าๆ แห่งนึง
ผมรอฝนอยู่นาน แล้วก็เผลอหลับไป เพราะ อิ่ม
น้องๆ ก็เอาอย่าง นอนตามๆ กัน เป็นทหารราบกันหมด
คิดว่าหลับไป ประมาณ 15 นาที ที่ไหนได้ พวกเราหลับกันไปประมาณเกือบ ช.ม.
แต่น้ำฝนจ๋า น้องฝนไม่ยอมหบุดตกเลยนะจ๊ะ พวกเราเลยคำนวณว่า วันนี้เราจะได้ไปนอนที่ไหน
เจ้าเดียร์ เสนอ ความคิด พี่เราลองใช้ ไทม์แมชชีนดิพี่ ย่นเวลา
เพราะ เส้นทางต้องเดินตามแผน แต่ผมนะ ไม่ได้รีบอะไรอยู่แล้ว
ผมมีเวลาเหลือเฝือบนโลกนี้ แต่น้องๆ มีเวลาแค่ช่วงปิดเทอม
ผมอยากบอกพวกมันว่า ถึงไหน ก็ถึงนั่น แต่ หลายเสียงโหวตกันแล้ว
โอเค ตามนั้น ประชาธิปไตย บนถนนมะลิวัลย์
เราโบกได้ รถนาง(อีแต๋น) เอาหละ เกิดมาผมก็ไม่เคยขึ้นรถประเภทนี้ ลองดูซํกครั้ง จะเป็นไรไปวะ
แล้วก็ได้ระยะทางมาอีก 5-6 กม. ถึงทางที่เราต้องไปด้วยแรงใจกันเองแล้ว ฟ้าเริ่มมืดลงๆ แต่ก็เป็นเวลาประมาณ บ่ายแก่ๆ ซักบ่าย 3 ได้ นอนๆ เริ่มเสียขวัญ
คิดว่าเราจะไปนอนไหนกันดี อีกตั้ง 30 ก.ม.ถึงจะถึงชุมแพ ทุกคนเริ่มกังวล แต่ผมนึกในใจว่า
อะไรจะเกิดก้ช่าง
แต่สิ่งนึงที่ผมต้องรับผิดชอบก็คือ ชีวิตของลูกชายเค้า ตั้ง 3 คน
แต่ปัญหา เท่านี้ ไม่นับว่าเป็นปัญหาสำหรับผม เรื่องนอน หรือเรื่องเวลา
แต่น้องๆ ก็อยากไปให้ถึงเป้าหมายเร็วๆ
เจ้าต๋อง รถเก่า ก็บ่นกระปอดกระแปดมาตลอดทาง เรื่องรถ
นายวิ้งค์ๆ ก็ใช้รถเก่าของเพื่อนผมเช่นกัน ก็มีบ่นๆ กันบ้าง
เจ้าเดียร์รถใหม่ สบายกว่าเพื่อน
ผมก็เจ็บๆ ก้นเหลือเกิน เฮ้ย ระยะทางแค่3-40 กิโลเอง ทำไมจะบ่นจังวะ
เราปั่นไปเรื่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศฤดูฝนที่เปียกฉ่ำ
หลายๆ คนถามผมว่า มึงจะไปยังไงวะ ฝนก็ตก แล้วยังจะไปกันอีกหรอ
ผมตอบว่า กูมีเวลาไปช่วงนี้ แล้วก็ถ้าไม่ไป อีกไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ไปอีก
คราวหน้าอาจเป็นขับรถยนต์มา มันก็ได้เที่ยวจริง แต่ความตั้งใจของเราจะเสียไป
โฉมหน้า เจ้าต๋อง หนุ่มทัศนศิลป์ มมส.
และนายอ็อฟ หรือชื่อคณะ วิ้งค์ๆ หนุ่มจิตรกรรม ปี4 มข.
ก่อนออกเดินทาง ไหว้ศาลหลักเมืองขอนแก่น เอาฤกษ์เอาชัยกัน พ่อหนุ่มเสื้อเหลือง เจ้าเดียร์ หนุ่มถาปัตย์ ถาปัตย์ มข.
edit @ 4 Nov 2009 03:43:45 by krerk
edit @ 4 Nov 2009 03:45:52 by krerk