ทำร้านกันมา 4 ปี ร้านที่5 นี้ ย้ายมาอยู่ที่ถนน พิมพสุต 

ลองหาว่าจะหาเจอเหมือนในรูปป่าว  

ร้านที่5 ในรอบ 4 ปี ต้นปี 2552 มีร้านอยู่แถวถนนหน้าเมือง แล้วพอช่วงกลางปี
ร้านนั้นถูกซื้อไปโดยนายทุน แล้วก็ทุบตึกสร้างเป็น รร กวดวิชา นับเป็นร้านที่3 ที่อยู่มายาวนาน กว่า 2 ปี ...

      แล้วร้านที่4 ก็อยู่ใกล้ที่เดิม แต่ก็ต้องมีเหตุให้ต้องแยกย้ายกัน เพราะ ไปด้วยกันไม่ค่อยสวย ทั้งทำเลที่ตั้ง แล้วลักษณะ ของธุรกิจ ที่ไม่เอื้อต่อกัน ช่างมันเหอะ
            แล้วสุดท้าย ร้านที่5 ก็มาถึง เราย้ายร้านมาแถวร้านแหนมลับแล ละแวกที่มีโรงแรมเยอะ ทั้งโรงแรม แก่นอินน์ โรงแรมโรมา โรงแรมแสนสำราญ โรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล

            ถ้าจะมาจริงหาไม่ยากเลยครับ เราอยู่ที่ ถนนพิมพสุต เข้าซอยมา 28 เมตรตรึ่ง (มั่วๆ ไม่ได้ไปวงไปวัดอะไรมันหรอกครับ กะเอาด้วยสายตา) ตรงแยกจะมีแฟมิลี่มาร์ท ฝั่งถนนกลางเมือง

                  ส่วนฝั่งถนนหน้าเมืองก็จะมีร้านขายเครื่องเขียนที่ผมไปซื้อตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยขอนแก่น นั่นคือร้าน ส ปริญญา แล้วก็ด้านหลังโรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล ฝั่งนี้ เดินมาประมาณ 98 เมตร 45 เซน ท่าจะผ่านมาทางร้าน artroom ที่เป็นพันธมิตรของเรา เพราะเค้าผลิตนักเรียน ส่งเข้าสู่รั้วมหาลัยศิลปะ หลายสิบ หรือร่วมๆ ร้อยแล้วมั่ง

                        ห่าง จาก artroom มาซัก 16 ก้าวยาวๆ ก้จะพบกับร้าน artwork ร้านที่ขายของทำมือ ทำกะมือ ทำจากมันสมอง และก็แรงบันดาลใจ จะมีสมาชิกในร้านอีก 1คน ชื่อนายต๋อง หนุ่มน้อยหน้ามน คนร้อยเอ็ด แต่มาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญา ศิลปะ จาก มหาวิทยาลัย มหาสารคาม (โอ็ย เแล้วจะไปรู้เรื่องของมันทำไมเนี่ย) แล้วก็ผม เจ้าของร้าน ชื่อ คุณเกริกครับ

                              เอา ๆ เรามาว่ากันด้วยเรื่องของแผนที่ก้นต่อดีกว่าครับ เป็นแผนที่วาดมือ แล้วก็เอาไปทำต่อนิดหน่อยใน คอมพิวเตอร์ eMac ของผม ใช้เวลาทำประมาณ 2 ช.ม. 18 นาที (<< เหมือนจับเวลาทำเลยเนอะ) มาดูกันว่า ท่านจะหาร้านเราเจอหรือป่าว ถ้าเกิดว่าเป็นคนขอนแก่น คงไม่ยาก แต่ถ้าท่านใดมีโอกาศผ่านมาที่ขอนแก่น แวะเวียนมาเยี่ยมชมสินค้ากันบ้างนะครับ

                                    ของฝากของเราอาจจะไม่ใช่ ไดโนเสาร์ตัวอ้วน หรือ ผ้าไหมผืนงาม หรือแหนมเนือง ไส้กรอกอีสานอันลือชื่อ

                                          เราทำของฝากในแบบ ที่ ร่วมสมัย และ ใช่งานได้จริง แล้วก็อย่างคนมีรสนิยมเค้ามีกัน แต่ร้านผมยังงบน้อย เลยอาจจะตกแต่งร้านตามประสามีไปก่อน วันใดเรายืนอยู่ได้ เราจะทำร้านของเราให้ดูดีมีฐานะเข้าซํกวันนึงครับ 

edit @ 20 Nov 2009 05:35:09 by krerk

ถึงวันออกเดินทาง เราจัดแจงสารพัดสัมภาระกัน ตามความจำเป็น

ก็อุปกรณ์การเดินทาง อุปกรณ์ซ่อมรถจักรยาน อุปกรณ์การนอน อุปกรณ์วาดรูป

และแล้ว วันที่รอคอยมาเป้น 10ปีของผม ก็ได้เริ่มขึ้น เราปั่นจักรยานออกจากร้าน อาร์ทเวิร์กของผม

มุ่งไปยังสถานีรถ บขส. แต่เจ้ากรรม ไม่มีรถโดยสารขอนแก่นเมืองเลย

รับพวกเราที่จะขอเอาจักรยานขึ้นหลังคาไปได้เลย เป็นเร่ืองหละ ระยะทาง-เวลา  

ที่วางไว้ต้องพลิกผัน 

ไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว พวกเราเลยปั่นจักรยานกันไปตามประสงค์

เมื่อล้อหมุนมาเรื่อยๆ ตามถนน มะลิวัลย์ มุ่งหน้าสู่อำเภอ ภูเวียง - ชุมแพ

แล้วก็ จะไปเลี้ยวตรงแยกหล่มสักเข้าสู่อำเภอ ภูกระดึงจังหวัดเลย

แต่กว่าเราจะไปปั่นไปถึงชุมแพ

โอ็ยๆ พวกน้องๆ และผม เหนื่อยกันเหลือกำลัง ไม่ใช่หรอกครับ หิวข้าวอะ

ก่อนเที่ยงเล็กน้อย เราได้ระยะทาง 20 กม แล้วเมื่อไหร่เราจะไปถึงกันหละเนี่ย

แถมพอกินข้าวเสร็จสรรพ ออกเดินทางต่อ ฝนเจ้ากรรม ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา

บ๊ะ ! ผมบ่นออกมาดังๆ พร้อมตะโกนบอกพรรคพวกว่า หาที่หลบฝนก่อนนนนนนน

แล้วก็จ้ำอ้าว หาที่หลบฝนกันเพราะ กลัวว่าจะเปียกหนัก แล้วก็ได้ปั็มน้ำมันเก่าๆ แห่งนึง

 

ผมรอฝนอยู่นาน แล้วก็เผลอหลับไป เพราะ อิ่ม

น้องๆ ก็เอาอย่าง นอนตามๆ กัน เป็นทหารราบกันหมด

คิดว่าหลับไป ประมาณ 15 นาที ที่ไหนได้ พวกเราหลับกันไปประมาณเกือบ ช.ม. 

แต่น้ำฝนจ๋า น้องฝนไม่ยอมหบุดตกเลยนะจ๊ะ พวกเราเลยคำนวณว่า วันนี้เราจะได้ไปนอนที่ไหน

 

เจ้าเดียร์ เสนอ ความคิด พี่เราลองใช้ ไทม์แมชชีนดิพี่ ย่นเวลา

เพราะ เส้นทางต้องเดินตามแผน แต่ผมนะ ไม่ได้รีบอะไรอยู่แล้ว

ผมมีเวลาเหลือเฝือบนโลกนี้ แต่น้องๆ มีเวลาแค่ช่วงปิดเทอม

ผมอยากบอกพวกมันว่า ถึงไหน ก็ถึงนั่น แต่ หลายเสียงโหวตกันแล้ว

โอเค ตามนั้น ประชาธิปไตย บนถนนมะลิวัลย์

เราโบกได้ รถนาง(อีแต๋น) เอาหละ เกิดมาผมก็ไม่เคยขึ้นรถประเภทนี้ ลองดูซํกครั้ง จะเป็นไรไปวะ

แล้วก็ได้ระยะทางมาอีก 5-6 กม. ถึงทางที่เราต้องไปด้วยแรงใจกันเองแล้ว ฟ้าเริ่มมืดลงๆ แต่ก็เป็นเวลาประมาณ บ่ายแก่ๆ ซักบ่าย 3 ได้ นอนๆ เริ่มเสียขวัญ

คิดว่าเราจะไปนอนไหนกันดี อีกตั้ง 30 ก.ม.ถึงจะถึงชุมแพ ทุกคนเริ่มกังวล แต่ผมนึกในใจว่า

อะไรจะเกิดก้ช่าง

แต่สิ่งนึงที่ผมต้องรับผิดชอบก็คือ ชีวิตของลูกชายเค้า ตั้ง 3 คน

แต่ปัญหา เท่านี้ ไม่นับว่าเป็นปัญหาสำหรับผม เรื่องนอน หรือเรื่องเวลา 

แต่น้องๆ ก็อยากไปให้ถึงเป้าหมายเร็วๆ

เจ้าต๋อง รถเก่า ก็บ่นกระปอดกระแปดมาตลอดทาง เรื่องรถ

นายวิ้งค์ๆ ก็ใช้รถเก่าของเพื่อนผมเช่นกัน ก็มีบ่นๆ กันบ้าง

เจ้าเดียร์รถใหม่ สบายกว่าเพื่อน

ผมก็เจ็บๆ ก้นเหลือเกิน  เฮ้ย ระยะทางแค่3-40 กิโลเอง ทำไมจะบ่นจังวะ

เราปั่นไปเรื่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศฤดูฝนที่เปียกฉ่ำ

หลายๆ คนถามผมว่า มึงจะไปยังไงวะ ฝนก็ตก แล้วยังจะไปกันอีกหรอ

ผมตอบว่า กูมีเวลาไปช่วงนี้ แล้วก็ถ้าไม่ไป อีกไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ไปอีก

คราวหน้าอาจเป็นขับรถยนต์มา มันก็ได้เที่ยวจริง แต่ความตั้งใจของเราจะเสียไป

 โฉมหน้า เจ้าต๋อง หนุ่มทัศนศิลป์ มมส.

และนายอ็อฟ หรือชื่อคณะ วิ้งค์ๆ  หนุ่มจิตรกรรม ปี4 มข.

ก่อนออกเดินทาง ไหว้ศาลหลักเมืองขอนแก่น เอาฤกษ์เอาชัยกัน พ่อหนุ่มเสื้อเหลือง เจ้าเดียร์ หนุ่มถาปัตย์ ถาปัตย์ มข. 

edit @ 4 Nov 2009 03:43:45 by krerk

edit @ 4 Nov 2009 03:45:52 by krerk

ก่อนไป ถ่ายภาพกันหน่อย หน้าร้านเรานี่แหละ artw0rk กับ ป้าย หนังสือบู๊ยยยย เมื่อ เช้าๆ วันที่ 20 พค 52 นี้เอง
 
หลังจากนอนดูอัลบั้มรูปเก่าเก็บมาหลายคืน ผมมีแผนการณ์แล้ว ก็เลยเล่าให้เพื่อน ก็วนเดิมฟัง
แต่พวกเพื่อนๆ ต่างติดภารกิจกัน คนนึง อาจารย์นพ เป็นอาจารย์สอนที่ราชภัฎสกล ไม่มีเวลาว่างไป
แล้วก็ร่างกายก็อาจไม่ไหว ส่วนอีกนาย คุณช้าง มีครอบครัวแล้ว ถ้าไปเกรงว่า ทางบ้านจะไม่อนุญาติ 
 
ผม ก็ลองชวนเพ่ือนอีก คน2คน แต่พวกเพื่อนก็ไม่ว่างไปกัน แล้วก็ ร่างกายคงจะไม่อำนวย
แถมผมกำหนดเวลาคร่าวๆ ซํก 20 วัน ถึง 1เดือน เพื่อนต่างพากันปฏิเสธกันไป
ผมเลยคิดว่า งานนี้จะไปคนเดีบว เส้นทางก็ไม่ได้หนักหนาอะไร วางไว้คร่าวๆ แล้ว เส้นทางเลาะแม่น้ำโขง
อาจจะยาวไป หรืออาจจะสั้นไป แต่ด้วยความพอเหมาะ พอดีของเวลา ผมก็มั่นใจว่า ผมไปได้สบายๆ
ถนนหนทาง ทางอีสานไม่ค่อยจะมีเขาสูงชันเหมือนกับทางเหนือ ผมว่า ผมสบาย
 
จนวันนึงเล่าให้น้องๆที่ร้านฟัง ทุกคนอยากไปด้วย
เอาหละซิ น้องๆ ก็อยากไปตามหาความฝันกัน
น้องบางคนไม่มีจักรยาน ลำบากหละ
บางคนต้องยืมจักรยานของเพื่อนผม
บางคนก็ยืมจักรยานรุ่นน้อง แก็ง จักรยาน BMX  แต่ว่ามีเสือภูเขาอยู่แต่สภาพไม่สมบูรณ์ แต่หัวใจเต็มร้อย
คนสุดท้ายมาตอบตกลงก็ใกล้วัน โดยซื้อจักรยานใหม่มาเลย
 
ผมวางแผนการณ์ว่า เราจะจับรถโดยสาร จากขอนแก่นไป เมืองเลย หรือเชียงคาน
ผมระดมสมาชิก น้องๆที่ร้าน อีก 3 คน มีนายต๋อง นายวิ้ง และ นายเดียร์ พวกนี้รุ่นๆ ด้วยกัน
คนหนุ่ม พลังม้า ผมมันม้าแก่ แต่ใจเต็มร้อย